Conceptual

2007/Jan/18

1 เริ่มเรื่องเล่า

สถานีอนามัยตำบลพรุในแต่เดิม เมื่อได้รับการเพิ่มศักยภาพเป็นโรงพยาบาลเกาะยาว
สาขาพรุใน เมื่อปี 2545 เพื่อดูแลชุมชนชาวเกาะยาวใหญ่ 10,000 คนเศษ
การเพิ่มศักยภาพนี้คือ รับสมัครแพทย์ลงมาอยู่ประจำ และให้สถานบริการใหม่นี้มี
อำนาจการบริหารจัดการตัวเองให้มีความคล่องตัว
สอดคล้องกับปรัชญา เล็กแต่งดงาม หรือ small is beautiful ตามหลักคิดของ
อี เอฟ ชูมากเกอร์(ผู้เขียนหนังสือเศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ)-นักเศรษฐศาสตร์กระแสรอง

แนวคิดระบบสุขภาพชุมชนของโรงพยาบาลสาขาฯ ระยะแรก คือ
เป็นหน่วยบริการเบ็ดเสร็จ คือเป็นทั้งหน่วยบริการปฐมภูมิ และรับส่งต่อผู้ป่วยมาจาก
PCU ใกล้เคียงอีก 2 PCU ให้บริการผู้ป่วยนอก รับผู้ป่วยในนอนในward และทำงานสร้างสุขภาพเชิงรุก
ปัญหาอุปสรรค ในระยะนั้น คือ เจ้าหน้าที่ในทีมสุขภาพมีน้อย คือ แทพย์ 1 คน
พยาบาลเวชปฏิบัติครอบครัวหนึ่งคน พยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป 2 คน พยาบาลวิชาชีพ 1 คน
เจ้าหน้าที่สาธารสุขอีก 2 คนและ บริหาร 1 คน
เราอยู่กัน 8 คนเท่านั้น แต่ทำงานเหมือนโรงพยาบาล
ทุกอย่าง
และทำหน้าที่เพิ่มจากข้อด้อยของโรงพยาบาลคือ เราทำงานเชิงรุกในชุมชนอย่างใกล้ชิดอีกด้วย
ทีมสุขภาพทุกคนต้องรับผิดชอบหมู่บ้านคนละ 1 หมู่บ้าน
ปัญหาคือ เมื่อเราเน้นบริการรักษาทั้งเช้าและบ่ายคนที่ลงไปทำงานในหมู่บ้านจึงจัดสรรได้
น้อยกว่าที่ควร
เพราะทีมเยี่ยมบ้านในระบบเช่นนี้ มี 2 คนเท่านั้น คือพยาบาลเวชฯครอบครัว
และ พยาบาลเวชปฏิบัติทำหน้าที่ได้แค่เยี่ยมหลังคลอด เยี่ยมผู้ป่วยเรื้อรัง
ส่วนการลงชุมชนแบบสหวิชาชีพ นั้น เราต้องออกกันนอกเวลาราชการ (โดยไม่มีค่าตอบแทนเพิ่ม-แต่ความผูกพันกับชุมชนดึงเราลงไปหา
ลงไปนอกเวลาราชการ เพราะเวลานั้นคือเวลาของชาวชุมชน
บทบาทเช่นนี้ช่วยแก้ปัญหาในมิติอื่นๆ ให้กับผู้ป่วยและชุมชน
ผลคือเราเรียนรู้ชุมชนมากขึ้น เรียนรู้ที่จะใช้ข้อมูลจากชุมชนมาเป็นฐานคิด
และผลที่ได้กลับมาถือเป็นต้นทุนของการสร้างสุขภาพ คือ ความใกล้ชิด และความไว้เนื้อเชื่อใจที่ชาวชุมชนมีให้เรา
เราจึงสามารถใช้ทั้งทรัพยากรของเราเองและหน่วยงานอื่นเข้ามาช่วย
ท่ามกลางบุคลากรที่จำกัด งบประมาณที่กำจัด เราก็ดุ่มเดินกันต่อไป
เราจะทำบทบาทนี้ให้ต่อเนื่องยั่งยืนได้อย่างไร
การจัดระบบสุขภาพชุมชน ภายใต้ศูนย์แพทย์ชุมชนอาจเป็นคำตอบ

2.ต้นทุนของชุมชน
การจัดระบบสุขภาพชุมชน ภายใต้ศูนย์แพทย์ชุมชนอาจเป็นคำตอบ
แต่คำตอบเป็นเช่นไรขอพักไว้ก่อน
เราจะเริ่มต้นทางไปสู่ภาพฝันของทีมสุขภาพที่นี่

"ต้นทุนของชุมชน"

สำหรับแพทย์คนหนึ่ง ที่ทำงานร่วมกับทีมสุขภาพอยูในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
3 ปีเศษ นอกจากได้เรียนรู้ผู้คน วิถีชุมชน ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและเชื่อมั่น
สิ่งเหล่านี้แลกอะไรมาได้บ้าง
คงกล่าวได้ว่า สิ่งที่แพทย์และทีมสุขภาพได้รับคือต้นทุนทางสังคม และกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม
นั่นคือสิ่งเหล่านี้
-งบต่อเติมอาคารชั้นล่างของแปลนสถานีอนามัยเดิม คือเงินที่ชาวบ้านจัดงานเพื่อรับบริจาคมาให้
ร่วมกับเงินบริจาคของมูลินิธิดีซีสู่อันดามัน ที่ทีมสุขภาพนำลงพื้นที่มาช่วยชาวบ้านหลังสึนามิ
ทีมงานของมูลนิธิคงเห็นถึงความตั้งใจของเราและชาวบ้าน ในการพัฒนาสถานพยาบาลของตัวเอง
จึงบริจาคเงินให้ส่วนหนึ่ง
โดยกายภาพของสถานบริการจึงสะดวกและมีมาตรฐานมากขึ้น
-หลังจากนั้น ชาวบ้านยังจัดงานประเพณีของชุมชนงานหนึ่งเพื่อรับบริจาค นำเงินมาปรับปรุง
โรงพยาบาลๆ ทุกๆปี
-ได้รับ
บริจาคเรือไม้โดยสารขนาดใหญ่มาดัดแปลงเพื่อใช้ส่งต่อผู้ป่วย

และยังมีสายใยอื่นๆที่มองไม่เห็นยึดโยงเราเข้ากับชุมชน
เป็นทุนทางสังคมที่ไม่อาจประเมินค่า

3. นับหนึ่งที่ศูนย์แพทย์ แต่สำหรับถนนสายสุขภาพชุมชนเราเดินมาแล้ว

"โรงพยาบาลเถื่อน"คือคำพูดของบางคนที่พูดถึงแนวคิด สภาพการทำงานของเรา
เพียงแค่เราไม่มีชื่อเรียกในทะเบียนโรงพยาบาล หรือโรงพยาบาลสาขาของกระทรวงฯ
มีแต่คำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัด โดยความคิดริเริ่ม-นอกกรอบของ นพ.ภูมิวิชช์ ขวัญเมือง
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดในขณะนั้น ให้เราเป็นโมเดล หรือรูปแบบการแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์
ในพื้นที่กันดารให้กับประชาชน
เนื่องจากโรงพยาบาลชุมชนของอำเภอเกาะยาวตั้งอยู่ห่างไกลจากชุมชนชาวเกาะยาวใหญ่
คืออยู่ที่เกาะยาวน้อย ต้องข้ามเกาะไปอีกฝั่งด้วยเส้นทางรถที่ยากลำบาก ยังต้องต่อเรือข้ามฟากซ้ำในบางฤดูกาล เช่นช่วงมรสุม หรือแม้กระทั่งเวลากลางคืน ประชาชนเข้าถึงบริการได้ยากมาก และเกิดความไม่เท่าเทียม เนื่องจากมีจำนวนประชากรบนเกาะยาวน้อยอยุ่เพียงครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับจำนวนชาวเกาะยาวใหญ่
เมื่อกลไกข้างบนเอื้ออำนวย แพทย์คนหนึ่งสามารถเข้ามาอยู่ที่นี่-เกาะยาวใหญ่
ตามรุปแบบที่วางไว้เพื่อชาวชุมชน
เมื่อมีแพทย์ประจำอยู่เป็นส่วนหนึ่งของทีมสุขภาพตั้งแต่เริ่ม
ที่นี่ จะเป็นสถานีอนามัย ศูนย์สุขภาพชุมชน โรงพยาบาลสาขาฯ โรงพยาบาลเถื่อน หรือศูนย์แพทย์
เราก็ยังดุ่มเดินต่อไปตามเส้นทางที่เราผ่านมา
เพราะเราคือทีมที่ร่วมทำงานเพื่อสุขภาพชุมชนไม่เปลี่ยนแปลง



4.ศูนย์แพทย์-ภาพฝัน
ในเส้นทางมีเราเริ่มเดินมา เข้าสู่ปีที่4 พบกับความเปลี่ยนแปลงคือ
คำว่า ศูนย์แพทย์ชุมชน

และคำนี้ทำให้ถนนที่เราจะเดินไปกันต่อราบรื่น อย่างมีความหวัง
(อย่างน้อยก็ช่วงเวลาที่ สปสช ยังสนับสนุนการบริหารจัดการอยู่)

เนื่องจากเรามีแพทย์ตั้งแต่ก่อนการจัดการแบบศูนย์แพทย์ ค่าบริหารจัดการ
จึงไม่ได้นำไปเป็นค่าชักจูงให้แพทย์อยู่ใหม่ แต่นำมาค่าตอบแทนในตำแหน่งที่ขาดอยู่ในทีมสุขภาพ

ด้วยระบบการจัดการนี้ เอื้อให้เรามีเพื่อนร่วมทีมมากขึ้นเจ้าหน้าที่ในทีมสุขภาพ
ที่เดิมทำหน้าที่อื่นๆ ด้วย เช่น
-ค้นแฟ้มครอบครัว (เสียไปหนึ่งคน ในวันที่มีคนไข้มาก)
-ทำงานในห้องยา(ทำหน้าที่เป็นเภสัชกร-เสียไปสองคน ทุกวัน)

จะมีคนมาทำหน้าที่แทน คือ ผู้ทำหน้าที่ที่เวชระเบียน แผนกจ่ายยา
เพื่อที่เราจะมีทีมสุขภาพลงไปทำงานเชิงรุกในชุมชนมากขึ้น ครบและตรงตามภาระงานที่แต่ละคนรับผิดชอบหมู่บ้านแต่ละหมู่ ทั้งในและนอกเวลาราชการตามความเหมาะสมของวิถีชุมชน
(
ระบบศูนย์แพทย์สามารถมีเงินจ่ายค่าตอบแทนนอกเวลาราชการเป็นขวัญและกำลังใจทีมสุขภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม)
เราจะมี
+ อสม ที่ผ่านการอบรบแพทย์แผนไทย (และเสริมกายภาพบำบัด)
ลงไปทำงานเชิงบริการในหมู่บ้านร่วมกับทีมสุขภาพ
+นักจิตวิทยาคลินิคและชุมชนทำหน้าที่เสริมให้การบริการของเราเป็นองค์รวมมากขึ้น
ทั้งในศูนย์ และในชุมชน
+ นักทำงานเชิงสังคม จากทีมอบต ลงไปชุมชนด้วยกัน
เพื่อนร่วมทีมใหม่ๆ นี้ จะเป็นหนึ่งในทีมสุขภาพของเรา
เล็กๆ ทว่าเป็นจริง เล็กๆ ทว่างดงาม
เพราะว่านี่คือเส้นทางของเรา