2007/Jan/18



จากแนวคิดนำไปสู่การปฏิบัติ

จากเส้นทางเดินที่ผ่านมา การทำงานในหน่วย primary health care ทำงานสร้างสุขภาพ
ในความขลาดแคลนตลอด แม้ว่าจะมีแนวคิดต่างๆ ในระบบมากมาย รวมถึงการสร้างมาตรฐาน
การบริการของหน่วยบริการใกล้บ้านใกล้ใจแต่ด้วยความกำจัดของบุคลากร (ที่ไม่เป็นจริงตาม
GIS) ความขาดแคลนงบประมาณ(ที่ระบบด้านบนเทไปที่การซ่อมสุขภาพ)
ทำให้แนวคิดสถานบริการใกล้บ้าน ใกล้ใจ ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

อาศัยการบริหารจัดการของศูนย์แพทย์ชุมชน งบประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน
(หรือ 600,000 บาทต่อปี) สามารถจัดสรรทรัพยากรเติมลงไปในความขาด
ของระบบสุขภาพชุมชนได้

1) ระบบการสร้างสุขภาพแบบผสมผสาน และเป็นองค์รวมเชิงรุกในชุมชน

อาศัยการทำงานชุมชนโดยทีมสหวิชาชีพ
[แพทย์ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหมู่บ้าน พยาบาล นักวิชาการ] เป็นทีมสุขภาพหลัก
ร่วมกับนักกายภาพบำบัด (หรือแพทย์แผนไทย) นักจิตวิทยาคลินิกและชุมชน และสังคมสงเคราะห์จากท้องถิ่น หรือตัวแทนครูแนะแนว อาสาสมัครต่างๆ
รวมกันเป็นหนึ่งทีมสุขภาพ เพื่อทำงานสร้างสุขภาพ ฟื้นฟู ป้องกัน ส่งเสริมสุขภาพในเชิงรุก

[procedure]
แพทย์และทีมสุขภาพหลัก จะทำหน้าที่เป็นผู้ประสาน และจัดทีมลงชุมชนตามความเหมาะสม

[ key ]

1.ใช้งบบริการจัดการ จ้างนักกายภาพบำบัด (หรืออสม แพทย์แผนไทยที่เสริมศักยภาพด้านกายภาพบำบัด) นักจิตวิทยาคลินิกและชุมชน มาทำงานในศูนย์
2.ใช้งบบริหารจัดการ เป็นค่าตอบแทนทีมสุขภาพ และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอื่นๆ
เมื่อมีการทำงานนอกเวลาราชการ

นวตกรรมจากกรอบความคิดข้างต้น*
1. ระบบดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง
เสริมการฟื้นฟูสุขภาพ โดยมีทีมสุขภาพทำกายภาพบำบัดในชุมชน
2.ระบบดูแลสุขภาพจิตของผุ้ป่วยแบบองค์รวม และต่อเนื่องในชุมชน
โดยมีทีมสุขภาพลงดูแลสุขภาพจิตในชุมชน ต่อเนื่องจากการให้บริการของบริการหลัก
3. ระบบดูแลสุขภาพผู้ด้อยโอกาส (ผู้สูงอายุที่ไร้ผู้ดูแล คนพิการ กลุ่มผู้มีรายได้น้อย)
เน้นการใช้ทรัพยากรของท้องถิ่น ร่วมกับการทำงานเชิงสังคมในหลากมิติ

(* กล่าวตามความเป็นจริง อาจไม่ได้เรียกว่านวตกรรม เนื่องจากเป็นแนวคิดของการบริการแบบใกล้บ้าน ใกล้ใจอยู่แล้ว เพียงแต่ใช้โอกาสที่มีงบประมาณเติมเข้ามาบริหารจัดการให้เป็นรุปธรรมมากขึ้น)

2.) ระบบการให้บริการในศูนย์แพทย์ชุมชน

2.1 ระบบ 4*4*4จะเพิ่มคุณภาพในการบริการอย่างเป็นรูปธรรม

คือผู้ป่วยจะพบกับผู้ให้บริการ 4 คน ใน 4 จุด
1 หมอด่านหน้า (ผู้กรองผู้ป่วย)
2.หมอ(หู)ฟัง(แพทย์ ให้การรักษา และscreen ผู้ป่วยประเภทซับซ้อน เพื่อการรักษาต่อเนื่องที่บ้าน)
3.หมอยา(ผู้จัดยาและคำอธิบาย)
4.หมอพูด (ผู้จัดคำอธิบายสิ่งทียังสงสัย ให้คำแนะนำตามแต่กรณีและบุคคล
นัดหมายติดตาม และrecheck ยา)
ผู้ให้บริการแต่ละจุดเน้นการสื่อสารกับผู้ป่วยและญาติ 4 ข้อตามหลักเวชศาสตร์ครอบครัวคือ
1.Feeling
2.Idea
3.Fuction
4.Expectation

เวลา 16.00 น ( 4 โมงเย็น)
ประชุมทีมสุขภาพ เพื่อเลือกผู้ป่วยที่ควรติดตามต่อเนื่อง วางแผนการเยี่ยมบ้าน

[ key ]
การจ้างคนมาทำหน้าที่ค้นบัตร และผู้ช่วยที่ห้องยา ทำให้พยาบาลไม่ต้องไปทำหน้าที่เหล่านั้น
สามารถเพิ่มคุณภาพงานในระบบได้

2.2 ระบบการดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง กรณีทำก่อนคือ เบาหวาน และนำไปสู่การเรียนรู้เพื่อสร้าง
ระบบดูแลโรคอื่นๆ
คือ 1. การเชื่อมการบริการในศูนย์บริการไปสู่การให้บริการในชุมชนโดยสหวิชาชีพ( ในข้อ 1)
2.การสร้างมาตรฐานการดูแลผู้ป่วย ให้เหมือนกันทั้งเครือข่าย (CMU และ PCUในเกาะ)ทว่าพอเพียง โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ การวิจัยเฉพาะชุมชนนั้นๆ มากกว่าใช้แนวทางของผู้เชียวชาญแบบเหมารวม
[key]
1. การทำวิจัยในชุมชนโดยศุนย์แพทย์
2 ใช้งบบริหารจัดการของศูนย์แพทย์เป็นค่าตอบแทนแก่จักษุแพทย์ที่มาคัดกรองภาวะแทรกซ้อนทางตา รวมทั้งเจ้าหน้าที่ lab ตาม man-day

2.3 ward ใกล้บ้านใกล้ใจ
ศูนย์บริการprimacy care ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ธุรกันดารเนื่องจากมีแพทย์อยู่ประจำเช่นที่นี่
มีการจัดบริการกึ่งทุติยภูมิได้ด้วย
การรับผู้ป่วยนอนโรงพยาบาล เน้นการบริการด้วยแนวคิดเวชศาสตร์ครอบครัว
คือใกล้บ้าน ใกล้ใจ
คือไม่เน้นการรักษาโรคซับซ้อน แต่เชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้สูงอายุ
และผู้ป่วยระยะสุดท้าย
[key]
จัดบริการให้เหมือนผู้ป่วยอยู่ที่บ้าน คือมีญาติใกล้ชิดอบอุ่น ยกเว้นระเบียบบางอย่างที่ไม่เอื้ออำนวยให้ผู้ป่วยและญาติมิตร รวมถึงอำนวยความสะดวกให้ทำตามความเชื่อ ขนบ ประเพณีที่ไม่ขัดต่อการรักษาสุขภาพ



Comment

Comment:

Tweet